Credit : Fructose Information Center
1. ดัชนีกลีซีมิค หรืออัตราการปล่อยฮอร์โมนอินซูลิน
ดัชนีกลีชีมิคนั้นถูกใช้ป็นเกณฑ์ในการควบคุมอาหารของผู้ป่วยที่มีภาวะเบาหวาน ซึ่งมีความต้องการอาหารที่มีลักษณะ
เฉพาะ น้ำตาลฟรุคโตสนั้นจัดว่าเป็นอาหารที่มีดัชนีกลีซีมิคต่ำ และทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินเข้าสู่กระแสเลือดใน
ระดับปานกลางเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำตาลชนิดอื่นๆ เช่น น้ำตาลกลูโคสและน้ำตาลซูโครส
2. โรคฟันผุ
ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพที่ได้รับการยืนยันเป็นลำดับแรกจากการรับประทานน้ำตาลในระดับปกติ คือโรคฟันผุ
น้ำตาลฟรุคโตส คือ น้ำตาลที่ก่อให้เกิดโรคฟันผุน้อยที่สุด การนำน้ำตาลฟรุคโตสไปใช้นั้น มีได้มากมายหลายวิธี วิธีที่นิยม
คือการนำน้ำตาลฟรุคโตสในรูปของคริสตัลไปใช้ผสมกับเครื่องดื่มต่างๆ, ผสมกับผลิตภัณฑ์อาหารที่ให้พลังงานต่ำ, ผสม
กับน้ำหรืออาหารเหลวต่างๆเพื่อให้รสชาติอร่อยขึ้น (เช่นน้ำหวานหรือน้ำอัดลม), ผสมกับเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬาหรือ
เครื่องดื่มชูกำลัง, ผสมนมปรุงแต่งรสช็อกโกแล็ต, ผสมในอาหารเช้าซีเรียล, ใส่ในขนมอบ (Bakery), ผสมในขนมหวาน
ชนิดต่างๆรวมถึงผลไม้แปรรูปต่างๆโดยเฉพาะผลไม้อัดแท่งที่มีจำหน่ายทั่วไป
3. ความหวาน
น้ำตาลฟรุคโตสจัดเป็นน้ำตาลที่ให้ความหวานมากที่สุด มากกว่าน้ำตาลชนิดอื่นๆ เมื่อใช้ในปริมาณที่เท่ากัน โดยน้ำตาลฟ
รุคโตสจะให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลอื่นๆ ถึง 117 ถึง 1.75 เท่าของน้ำตาลซูโครส โดยปริมาณการลักษณะการนำ
น้ำตาลฟรุคโตสไปใช้นั้นมีมากมาย เช่น การนำไปใส่ในอาหารหรือเครื่องดื่ม
4. ทำให้รสชาติและกลิ่นของอาหารน่าทานมากขึ้น
ความหวานของน้ำตาลฟรุคโตสนั้นถูกรับรู้โดยประสาทสัมผัสของมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว และความหวานนี้ก็จางหายไป
อย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน ลักษณะพิศษของน้ำตาลรุคโตสนี้เป็นข้อดีเมื่อนำน้ำตาลฟรุคโตสมาประกอบอาหารเพราะ
ความหวานของน้ำตาลฟรุคโตสจะไม่ไปเบียดบังกลิ่นและรสอื่นๆ ของอาหาร เช่น กลิ่นผลไม้หรือกลิ่นเครื่องเทศของอาหาร
5.เข้ากับเครื่องปรุงรสอื่นๆ ของอาหารได้ดี
เมื่อน้ำตาลฟรุคโตสถูกใส่ลงในอาหารแล้ว น้ำตาลฟรุคโตสจะมีปฏิกริยากับเครื่องปรุงรสอื่นๆในอาหาร เช่น น้ำตาลชนิด
อื่นๆ หรือแป้งในอาหาร และทำให้อาหารนั้นมีความหวานมากยิ่งขึ้น รวมถึงปฏิริยาทางเคมีอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อ
อาหาร เช่น การทำให้เค็กมีความสูงหรือฟูมากขึ้น และทำให้อาหารหรือเครื่องดื่มมีความหนืดมากยิ่งขึ้น
6. ถนอมรสชาติและกลิ่นของอาหาร
น้ำตาลฟรุคโตสไม่ทำปฏิริยากับสภาวะเป็นกรดของอาหาร (ซึ่งน้ำตาลซูโครสจะมีปฏิริยานี้) ดังนั้นอาหารที่ปรุงด้วยน้ำ
ตาลฟรุคโตสนั้นจะมีรสชาติและกลิ่นที่คงทน ทำให้อาหารยังมีรสชาติและกลิ่นที่น่าทานแม้เก็บอาหารไว้เป็นระยะเวลายาวนาน
7. น้ำตาลฟรุคโตสไม่จับตัวแข็งง่าย
แม้ว่าน้ำตาลฟรุคโตสจะถูกจำหน่ายตามท้องตลาดในรูปของคริสตัล แต่เมื่อเราละลายน้ำตาลฟรุคโตสและใส่ลงในอาหาร
แล้วนั้นน้ำตาลฟรุคโตสจะไม่จับตัวเป็นก้อนหรือแข็งตัวเป็นคริสตัลอีก จุดนี้คือข้อดีของน้ำตาลฟรุคโตสเมื่อนำไปใส่ใน
ขนมอบประเภทคุ้กกี้นุ่ม (soft cookie)
เพราะคุ้กกี้จะคงความนุ่มและไม่แข็ง
8. น้ำตาลฟรุคโตสเป็นสารดูดความชื้น
น้ำตาลฟรุคโตสนั้นสามารถดูดความชื้นและคงสภาพไว้ได้ดี ดังนั้นน้ำตาลฟรุคโตสจึงถูกใช้แทนสารซอร์บิทอลและกลีเซอรีน
(ซอร์บิทอล / Sorbitol เป็นสารให้ความหวานประเภทน้ำตาลแอลกอฮอล์ เมื่อรับประทานจะเกิด cooling effect คือผู้รับประทานจะรู้สึกเย็น ซ่า เนื่องจากเกิดปฏิกริยาดูดพลังงานความร้อน ส่วนกลีเซอรีน / Glycerin เป็นของเหลวใสมีรสชาติหวาน ได้จากน้ำมันของพืช เช่น น้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์ม มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นทำให้อาหารคงความนุ่มและไม่แห้ง)
9. ใช้โรยหน้าขนมและทำให้หน้าขนมเป็นสีน้ำตาล
น้ำตาลฟรุคโตสสามารถใช้โรยหน้าขนมอบได้โดยทำให้เกิดสีน้ำตาลบนผิวของขนม ซึ่งทำให้ขนมน่าทาน สีน้ำตาลดัง
กล่าวเกิดจากปฏิริยาของน้ำตาลฟรุคโตสกับกรดอมิโน (หน่วยย่อยๆของโปรตีน)
10. การนำมาใช้กับอาหารแช่แข็ง
น้ำตาลฟรุคโตสนั้นมีประโยชน์ต่ออาหารแช่แข็ง เช่น ผลไม้แช่แข็ง โดยน้ำตาลฟรุคโตสจะช่วยควบคุมปริมาณน้ำใน
อาหารและป้องกันการเกิดคริสตัลของน้ำแข็งซึ่งจะทำให้เนื้อผลไม้เสียหายและไม่น่าทาน